Magazine online (72.4 mb)
Visitors Counter
Total Visits1138701
Total Unique 337223
Visitors Month 14233
Visitors Week 4052
Visitors Today 295
More statistics
 

ประวัติคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นคณะแรกที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นพร้อมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อปี พ. ศ. 2510 (ขณะนั้นใช้ชื่อ “มหาวิทยาลัยภาคใต้” ) รับนิสิตรุ่นแรกเมื่อเดือนมิถุนายนในปีเดียวกัน จำนวน 50 คน โดยที่ยังไม่มีสถานที่ทำการ และสิ่งก่อสร้างเป็นของตัวเอง การดำเนินการต่างๆ ได้จัดทำที่สำนักงานชั่วคราวอาคารคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันคือคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ช่วงแรกของการดำเนินงานได้เปิดสอนเพื่อผลิตบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ในระดับปริญญาตรี 3 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล และสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา

การดำเนินการในระยะแรก ในช่วงแรกปี พ. ศ. 2511-2513 ประสบกับปัญหาอุปสรรคหลายประการเนื่องจากขาดแคลนบุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ และสถานที่ด้านการเรียนการสอนบางวิชา เช่น ในหมวดวิชาช่างเบื้องต้น ต้องฝากนักศึกษาไปเรียนที่ “โรงเรียนช่างฝีมือทหาร” ส่วนวิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ใช้คณาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ขณะนั้น) ร่วมกับคณาจารย์จากโรงเรียนอาชีวศึกษาและวิทยาลัยเทคนิค สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และนักเรียนทุน “โคลัมโบ” ที่มีทุนผูกพันธ์กับมหาวิทยาลัยเป็นส่วนใหญ่ มาช่วยสอน ในระหว่างนั้นได้รีบเร่งก่อสร้างที่ทำการถาวร ของคณะฯ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้สั่งซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอนไปพร้อมๆ กัน


ในปี พ. ศ. 2514 การก่อสร้างอาคารของคณะฯ ได้เสร็จสิ้น พร้อมกับได้มีการติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์การศึกษาไว้บ้างแล้ว ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน จึงได้ย้ายนักศึกษาชั้นปีที่ 2 3 และ 4 รวมประมาณ 200 คน มาเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ เชิงเขาคอหงส์ ต. คอหงส์ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา ส่วนนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ยังคงให้เรียนอยู่ที่สำนักงานชั่วคราวที่กรุงเทพฯ ต่อไปอีกหนึ่งภาคการศึกษา และในภาคการศึกษาที่สองของปีการศึกษาเดียวกัน จึงย้ายนักศึกษาทั้งหมดมาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ดังนั้นในปี พ. ศ. 2514 นี้เองที่คณะฯ ได้ผลิตบัณฑิตซึ่งสำเร็จการศึกษาเป็นรุ่นแรกจำนวน 13 คน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นคณะแรกที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นพร้อมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อปี พ. ศ. 2510 ( ขณะนั้นใช้ชื่อ “มหาวิทยาลัยภาคใต้” ) รับนิสิตรุ่นแรกเมื่อเดือนมิถุนายนในปีเดียวกัน จำนวน 50 คน โดยที่ยังไม่มีสถานที่ทำการ และสิ่งก่อสร้างเป็นของตัวเอง การดำเนินการต่างๆ ได้จัดทำที่สำนักงานชั่วคราวอาคารคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันคือคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ช่วงแรกของการดำเนินงานได้เปิดสอนเพื่อผลิตบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ในระดับปริญญาตรี 3 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล และสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา

การดำเนินการในระยะแรก ในช่วงแรกปี พ. ศ. 2511-2513 ประสบกับปัญหาอุปสรรคหลายประการเนื่องจากขาดแคลนบุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ และสถานที่ด้านการเรียนการสอนบางวิชา เช่น ในหมวดวิชาช่างเบื้องต้น ต้องฝากนักศึกษาไปเรียนที่ “โรงเรียนช่างฝีมือทหาร” ส่วนวิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ใช้คณาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ขณะนั้น) ร่วมกับคณาจารย์จากโรงเรียนอาชีวศึกษาและวิทยาลัยเทคนิค สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และนักเรียนทุน “โคลัมโบ” ที่มีทุนผูกพันธ์กับมหาวิทยาลัยเป็นส่วนใหญ่ มาช่วยสอน ในระหว่างนั้นได้รีบเร่งก่อสร้างที่ทำการถาวร ของคณะฯ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้สั่งซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอนไปพร้อมๆ กัน

ในปี พ. ศ. 2514 การก่อสร้างอาคารของคณะฯ ได้เสร็จสิ้น พร้อมกับได้มีการติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์การศึกษาไว้บ้างแล้ว ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน จึงได้ย้ายนักศึกษาชั้นปีที่ 2 3 และ 4 รวมประมาณ 200 คน มาเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ เชิงเขาคอหงส์ ต. คอหงส์ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา ส่วนนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ยังคงให้เรียนอยู่ที่สำนักงานชั่วคราวที่กรุงเทพฯ ต่อไปอีกหนึ่งภาคการศึกษา และในภาคการศึกษาที่สองของปีการศึกษาเดียวกัน จึงย้ายนักศึกษาทั้งหมดมาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ดังนั้นในปี พ. ศ. 2514 นี้เองที่คณะฯ ได้ผลิตบัณฑิตซึ่งสำเร็จการศึกษาเป็นรุ่นแรกจำนวน 13 คน


ภาควิชาต่างๆ ในคณะวิศวกรรมศาสตร์

ภาควิชาวิศวกรรมโยธา 

(http://www.ce.eng.psu.ac.th)

จัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี 2 สาขาคือ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสาขาวิศวกรรมโยธา และหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และระดับปริญญาโทในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิศวกรรมโยธา (ขนส่ง)

  • สาขาวิศวกรรมโครงสร้าง

สาขาวิชาวิศวกรรมโครงสร้างทำการสอนวิชาต่าง ๆ ในด้านการวิเคราะห์ คำนวณ และการออกแบบโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น อาคารที่ใช้เป็นสำนักงาน ที่พักอาศัย ศูนย์การค้า โรงงาน สะพาน เป็นต้น ตลอดจนการศึกษาและทดสอบคุณสมบัติของวัสดุ ที่ใช้สำหรับการก่อสร้าง ในห้องปฏิบัติการวิศวกรรมโครงสร้างมีเครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่จะช่วยเสริมให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์ในทางด้านทดสอบ และทางด้านปฏิบัติ นอกจากนี้ ภาควิชาฯ ได้เปิดสอนวิชาทางด้านการนำไมโครคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้าง

  • สาขาวิศวกรรมธรณีเทคนิค

สาขาวิศวกรรมธรณีเทคนิคทำการสอนในวิชาการต่าง ๆ ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมของดินในด้านต่างๆ ที่จะมีประโยชน์ในด้านการก่อสร้าง เช่น การออกแบบฐานรากอาคาร กำแพงกันดิน สิ่งก่อสร้างที่อยู่ใต้ดิน การนำดิน ทราย หิน มาใช้ในการก่อสร้างเขื่อน ถนน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัยและประหยัดค่าก่อสร้าง

  • สาขาวิศวกรรมแหล่งน้ำ

สาขาวิศวกรรมแหล่งน้ำ ทำการสอนในวิชาการต่าง ๆ ว่าด้วยกลศาสตร์ของของไหล การชลประทาน การพัฒนาแหล่งน้ำ การระบายน้ำ การควบคุมการเกิดน้ำท่วม วิศวกรรมชายฝั่ง เป็นต้น

  • สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ที่นอกจากเปิดสอนในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังทำการสอนทางด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมให้กับนักศึกษาสาขาวิศวกรรมโยธา โดยทำการสอนในวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสุขาภิบาล การก่อสร้างระบบประปา การระบายน้ำโสโครก การบำบัดน้ำเสีย การกำจัดมลพิษต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการวางแผนพัฒนาในเขตเทศบาล เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทั้ง เขตพาณิชย์ เขตที่อยู่อาศัย และเขตอุตสาหกรรม ในห้องปฏิบัติการสิ่งแวดล้อม มีเครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งใช้สำหรับการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ตลอดจนงานวิจัยต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำจัดมลพิษของสิ่งแวดล้อม

  • สาขาวิศวกรรมขนส่ง

สาขาวิศวกรรมขนส่ง ทำการสอนวิชาต่าง ๆ ที่ว่าด้วยการวางแผนการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ การวางแผนระบบการจราจร การออกแบบและการก่อสร้างถนน และสะพานประเภทต่าง ๆ ในด้านการวิจัย สาขาวิชานี้ได้ให้ความสนใจในการศึกษาปัญหาการจราจรในเมือง แนวทางในการแก้ไข ระบบการขนส่ง ตลอดจนการศึกษาวิจัยในด้านการลดอุบัติเหตุบนถนนหนทาง

  • สาขาวิศวกรรมสำรวจ

สาขาวิศวกรรมสำรวจเป็นวิชาการพื้นฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมในหลายสาขาวิชา โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านการสำรวจ จะเป็นข้อมูลที่สำคัญอย่างยิ่งที่ใช้ในการวางแผน และการออกแบบโครงสร้างต่าง ๆ ในงานวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมสำรวจรับผิดชอบในการเรียนการสอนวิชาการสำรวจที่เกี่ยวข้องกับวิธีการทำแผนที่ การวางผังก่อสร้างอาคาร มุ่งเน้นทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า

 (ttp://www.ee.psu.ac.th)

วิศวกรรมไฟฟ้าเป็นสาขาหนึ่งของวิศวกรรมศาสตร์ที่ศึกษาทางด้านทฤษฎีวงจรไฟฟ้า ไฟฟ้ากำลัง ไฟฟ้าสื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ระบบควบคุมและการวัด

ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหนึ่งในสามภาควิชาที่แก่ที่สุดของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ได้จัดตั้งขึ้นใน พ. ศ. 2510 นับตั้งแต่เริ่มทำการสอนมาจนถึงปัจจุบัน ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ได้ผลิตบัณฑิตปริญญาตรี และโทออกไปแล้วเป็นจำนวนมาก บัณฑิตเหล่านี้ ได้ออกไปทำงานเป็นกำลังสำคัญให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและธุรกิจเอกชนทั่วประเทศ และบางส่วนก็มีโอกาสไปศึกษาต่อในระดับปริญญาที่สูงขึ้นไปทั้งในและต่างประเทศ

เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าวิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์โทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์เป็นเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปอย่างรวดเร็วที่สุด และในขณะ เดียวกันก็มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของมนุษย์เป็นอย่างมากด้วย ปัจจุบันนี้วิทยาการใหม่ๆทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์โทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ ได้ถูกนำมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และกิจการสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ แทบทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านการพลังงาน และ การสื่อสาร เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน และในขณะเดียวกันเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับจำนวนประชากร ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาภาคใต้ที่เปิดสอนวิชาการในสาขานี้มานานพอสมควร ได้ตระหนักถึง ความจำเป็น ที่จะต้องมีการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและมีความสามารถในระดับสูง เพื่อสนองตอบความต้องการในการพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และความเป็นอยู่ ของประชาชนโดยส่วนรวม โดยเฉพาะในภูมิภาคส่วนนี้จึงเปิดหลักสูตรในระดับปริญญาโทขึ้นในปี พ .ศ .2525 โดยมีบัณฑิตที่มีคุณภาพจบออกไปจำนวนหนึ่ง และมีมีการรับนักศึกษาปริญญาโทประมาณปีละ 15 คน ทางภาควิชาฯ ได้สนับสนุนให้เกิดความสามารถที่จะพึ่งตนเองได้ในทางวิชาการเพื่อตอบสนองความต้องการ ของสังคมในส่วนภูมิภาค
สาขาของภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า

  • แขนงคอมพิวเตอร์
  • แขนงสื่อสาร
  • แขนงไฟฟ้ากำลังและอิเล็กทรอนิกส์กำลัง
  • แขนงอิเล็กทรอนิกส์และควบคุม


ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล

(http://www.me.psu.ac.th)

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลเปิดการสอนพร้อมกับการก่อตั้งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตั้งแต่ปี พ. ศ. 2510 เริ่มแรกใช้อาคารเก่าคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นอาคารเรียนชั่วคราว ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่ตึกสตางค์ มงคลสุข คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในปี พ. ศ. 2514 ถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลเปิดสอนทั้งหมด 3 หลักสูตร คือ ปริญญาตรีสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ปริญญาตรีสาขาวิชาวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์ และปริญญาโท สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล โดยหลักสูตรวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์เป็นหลักสูตรที่ได้รับความร่วมมือจากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ นอกจากห้องปฏิบัติการแล้ว ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ยังได้จัดให้มีเครื่องจักรกลและพื้นที่ส่วนหนึ่ง สำหรับให้นักศึกษาใช้ในการทำโครงงานอย่างเพียงพอ

ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลได้เปิดสอนมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี นับได้ว่าเป็นภาควิชาที่เก่าแก่ภาคหนึ่งในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรที่เข้มแข็งเพียงพอที่จะสร้างบัณฑิตวิศวกรรมเครื่องกลที่มีคุณภาพ

หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล
ปัจจุบัน ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลเปิดสอนตามหลักสูตรปรับปรุง พ. ศ. 2546 ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการสร้างบัณฑิตวิศวกรรมเครื่องกลให้มีความรู้พื้นฐานแน่น สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างลึกซึ้ง หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกลมีทั้งหมด 143 หน่วยกิต ประกอบด้วย รายวิชาในหมวดการศึกษาทั่วไป 33 หน่วยกิต รายวิชาเฉพาะทางวิศวกรรมศาสตร์ 104 หน่วยกิต รายวิชาเลือกเสรี 6 หน่วยกิต และต้องผ่านการฝึกงานในโรงงาน
อุตสาหกรรม อย่างน้อย 240 ชม. รายวิชาเฉพาะทางวิศวกรรมเครื่องกล อาจจัดแบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่ ๆ คือ
วิชาพื้นฐานหลัก : กลศาสตร์ (สถิตยศาสตร์ และพลศาสตร์) กลศาสตร์ของไหล กลศาสตร์ของแข็ง อุณหพล
ศาสตร์
วิชาชีพ : ระบบควบคุมอัตโนมัติ การออกแบบเครื่องกล การสั่นสะเทือนเชิงกล กลศาสตร์เครื่องจักรกล
กำลัง ของไหล วิศวกรรมยานยนต์ การถ่ายเทความร้อน วิศวกรรมโรงจักร การทำความเย็น
และการปรับอากาศ เครื่องยนต์สันดาปภายใน ทฤษฎีกังหันก๊าซ

  • หลักสูตรรวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์

คำว่า เมคาทรอนิกส์ หรือ mechatronics เป็นคำที่มีการริเริ่มใช้กัน ณ ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี ค. ศ.1983 เพื่อใช้กล่าวถึงศาสตร์แขนงใหม่ที่เกิดจากการผสมผสานกัน ของศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนระบบการผลิตที่ “ทรงปัญญา (Intelligent)” ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ “ ทรงปัญญา ” เหล่านี้ได้แก่ เครื่องซักผ้า จักรเย็บผ้า กล้องถ่ายรูป กล้องวิดีทัศน์ เครื่องเล่นซีดี และเครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่บรรจุด้วยตัวตรวจรู้ (sensors) ตัวขับ (actuators) และระบบควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีความสามารถหลากหลาย ขึ้น และใช้งานได้ง่ายขึ้น นอกจากสิ่งใกล้ตัวเหล่านี้แล้ว ยังมีเครื่องมือและเครื่องจักรที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้ความรู้ทางวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์อีกมากมาย เช่น รถยนต์ที่นับวันจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยมากขึ้น อุปกรณ์ทางการแพทย์นานาชนิด เครื่องจักรกลการเกษตร ( เครื่องหว่านเมล็ดพืช ) เครื่องถอน - ฝากเงินอัตโนมัติ เครื่องจักรในงานเหมืองแร่ หุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติในสายการผลิต ฯลฯ อุปกรณ์ดังกล่าวข้างต้นล้วนแล้วแต่เป็นระบบเชิงกล (mechanical systems) ที่ได้รับการติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ (เพื่อการวัด ประมวลผลและสื่อสาร) คอมพิวเตอร์ (เพื่อการตัดสินใจและควบคุม) และโปรแกรม (software) เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ได้

หลักสูตรวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์เป็นหลักสูตร 4 ปี ที่ต้องเรียนวิชาร่วมในปีแรกเช่นเดียวกับสาขาอื่น ๆ ส่วนอีก 3 ปีที่เหลือ นักศึกษาจะต้องเรียนรายวิชาที่เป็นวิชาแกนของ สาขาวิศวกรรมเครื่องกลและวิศวกรรมไฟฟ้าเป็นหลัก เสริมด้วยรายวิชาของสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมอุตสาหการ

หน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตรวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์ คือ 148 หน่วยกิต ประกอบด้วยหมวดวิชาด้านการศึกษาทั่วไป 33 หน่วยกิต หมวดวิชาเฉพาะ 109 หน่วยกิต หมวดวิชาเลือกเสรี 6 หน่วยกิต หมวดวิชาการฝึกงานและทัศนศึกษา จำนวนไม่น้อยกว่า 320 ชม
 

ภาควิชาวิศวกรรมเคมี

(http://www.chem.eng.psu.ac.th)

ภาควิชาวิศวกรรมเคมี ได้เริ่มทำการเปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตมาตั้งแต่ พ . ศ . 2516 ภาควิชาได้มีการจัดหาครุภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอน และได้มีการพัฒนาการเรียนการสอนในหลายรูปแบบ ส่วนหนึ่งคือการปรับปรุงหลักสูตรซึ่งได้ทำให้ทันสมัยและ สอดคล้องกับสภาพความต้องการของสังคม ในปีการศึกษา 2534 ภาควิชาได้เริ่มเปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาโทสาขาวิศวกรรมเคมีเป็นรุ่นแรก
 

ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ

(http://www.ie.psu.ac.th)


ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เปิดสอนและผลิตบัณฑิตสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ มาตั้งแต่ปี พ. ศ. 2516 และสาขาวิศวกรรมการผลิต ในปีการศึกษา 2542 และเปิดสอนสาขาวิศวกรรมอุตสาหการระดับปริญญาโทอีกด้วย
 

  • หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ

เป็นหลักสูตที่ครอบคลุมเนื้อหาสาระที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานจริงในอุตสาหกรรม โดยครอบคลุมความรู้ทางด้านการออกแบบ การผลิต และการจัดการอุตสาหกรรม ตลอดจนจะต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์และการตลาด ผู้จบหลักสูตรจะได้รับปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (อุตสาหการ) B.Eng. (Industrial Engineering)

  • หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมการผลิต

เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นด้านการออกแบบวัสดุ เครื่องจักรและเครื่องมือกล เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ระบบการผลิตสมัยใหม่ ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม การใช้คอมพิวเตอร์ในงานออกแบบและการผลิต ผู้จบหลักสูตรนี้จะได้รับปริญญาทางด้านวิศกรรมศาสตรบัณฑิต ( วิศวกรรมการผลิต ) B.Eng. (Manufactuing Engineering)

 

ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์

(http://www.coe.psu.ac.th/)

ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ได้รับการจัดตั้งเป็นภาควิชาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในปี พ.ศ. 2535 โดยมีนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 30 คน ปัจจุบันมีนักศึกษารุ่นละ 120 คน พร้อมทั้งขยายเขตการศึกษาไปยังวิทยาเขตภูเก็ต โดยมีนักศึกษารุ่นละ 120 คน เช่นกัน นอกจากจะมีการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีแล้ว ภาควิชา มีหลักสูตรมหาบัณฑิต โดยรับนักศึกษารุ่นละ 25 คน และได้ทำการเปิดสอนระดับดุษฎีบัณฑิต (Ph.D) ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา


ภาควิชาวิศกรรมเหมืองแร่และวัสดุ

(http://www.mne.eng.psu.ac.th)

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และวัสดุ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นภาควิชาที่เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรม 2 สาขา ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท คือ

หลักสูตรวิศวกรรมเหมืองแร่
วิศวกรเหมืองแร่ เป็นอาชีพในสาขาวิศวกรรมที่เก่าแก่ ในประเทศที่พัฒนาด้านอุตสาหกรรมหนักอย่างรวดเร็ว จะให้ความสำคัญแก่สาขาวิศวกรรมเหมืองแร่มาก เพราะเป็นสาขาที่เกี่ยวกับการนำสินแร่และโลหะ ซึ่งเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมพื้นฐานที่จำเป็นมาใช้งาน

งานหนักของวิศวกรเหมืองแร่ คือ การวางแผนออกแบบ และควบคุมการทำเหมืองแร่ กระบวนการผลิตสินแร่ และกระบวนการแยกแร่ รวมไปถึงงานโลหกรรม และวัสดุศาสตร์ นอกจากนี้วิศวกรเหมืองแร่ต้องมีความรู้ทางด้านธรณีวิทยา โลหะวิทยา เทคโนโลยีปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ

ในบางครั้งวิศวกรเหมืองแร่ต้องไปทงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากอุตสาหกรรมแร่ทั้งในด้านการจัดการและเทคโนโลยีที่ใช้ในการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่มนุษย์ให้ความสนใจกันสูงมากนัก ความต้องการผู้มีความรู้ในด้านนี้จึงมีสูง ซึ่งผู้ที่เหมาะสมที่สุดจะช่วยแก้ปัญหา คือ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแร่โดยตรงนั่นคือ วิศวกรเหมืองแร่นั่นเอง

ดังนั้นผู้ที่จบหลักสูตรวิศวกรรมเหมืองแร่ นอกจากจะต้องมีความรู้พื้นฐานทางด้านวิชาชีพเป็นอย่างดีแลัว ยังสามารถทำรายงานสิ่งแวดล้อมได้มีจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อม สามารถประยุกต์ความรู้ และคอมพิวเตอร์กับงานในอาชีพได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นผู้ที่มีการสื่อสารดี ใฝ่รู้ มีจริยธรรม และสามารถพัฒนาตนเอง พัฒนางานและพัฒนาประเทศได้
• ปริญญาตรี : B.Eng. (Mining Engineering) จะต้องเรียนรายวิชาต่างๆ ตลอดหลักสูตร 147 หน่วยกิต มีการฝึกงานและทัศนศึกษาเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร
ปริญญาโท : M.Eng. (Mining Engineering) จะต้องเรียนทั้งหมด 36 หน่วยกิต วิชาบังคับ 6 หน่วยกิต วิชาเลือก 6 หน่วยกิต และวิทยานิพนธ์ 24 หน่วยกิต

  • หลักสูตรวิศวกรรมวัสดุ

วิศวกรวัสดุ เป็นอาชีพที่จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจถึงพฤติกรรมต่างๆ ของวัสดุ แต่ละประเภท รู้จักจัดการและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ประยุกต์กระบวนการทางด้านวัสดุ และวิธีการผลิตที่ประหยัด และมีประสิทธิภาพ เลือกทดแทนวัสดุเก่าด้วยวัสดุใหม่ที่มีสมรรถนะที่ดีกว่า ถูกกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า

  • ปริญญาตรี : B.Eng. (Materials Engineering) จะต้องเรียนรายวิชาต่างๆ ตลอดหลักสูตร 145 หน่วยกิต มีการฝึกงานและทัศนศึกษาเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร
  • ปริญญาโท : M.Eng. (Materials Engineering) จะต้องเรียนทั้งหมด 36 หน่วยกิต วิชาบังคับ 9 หน่วยกิต วิชาเลือก 9 หน่วยกิต และวิทยานิพนธ์ 18 หน่วยกิต

ในงานวิศวกรรมวัสดุ จะทำการตรวจพฤติกรรมของวัสดุและแนะแนวทางในการ ปรับปรุงคุณภาพชีวิตจากพื้นฐานความต้องการที่สำคัญเพื่อเติมฝันให้เป็นจริง

บทบาทของวิศวกรรรมวัสดุ คือ
- วิจัยและพัฒนาและประยุกต์องค์ความรู้และหลักการทั้งเก่าและใหม่ เพื่อเสริมฐานทางด้านเทคโนโลยีด้านเทคโนโลยีด้านต่างๆ
- ตรวจสอบพฤติกรรมของวัสดุซึ่งขั้นอยู่กับโครงสร้างจุลภาค (microstructure)
- แปรรูปวัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโครงสร้างจุลภาคที่เหมาะสมต่อสมรรถนะสูงสุดและประหยัดที่สุด
- ปรับปรุงกระบวนการผลิตและสมรรถนะของวัสดุวิศวกรรมทั้งหมด
- เลือกวัสดุและกระบวนการผลิตวัสดุให้เหมาะสม
 

=====================================================================

เล่าสู่กันฟัง

คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ.
คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นคณะที่ตั้งอยู่บนเนินวิดวะ มีตึกสตางค์มงคลสุขที่เป็นศูนย์กลางของคณะ สีเลือดหมู คือ สีประจำคณะ คณะวิดวะก่อตั้งมาเป็นเวลา 40 ปี มาแล้ว โดยในการเข้าเรียนในปีแรกจะยังไม่มีการแบ่งสาขาวิชา แต่จะให้น้องๆทำความรู้จักกับภาควิชาต่างๆ เมื่อน้องๆจบ ปี 1 ก็จะมีการเลือกสาขาวิชาตามที่น้องๆ ถนัด เมื่ออยู่ปี 2 น้องทุกคนก็จะมีภาค (เคมี ไฟฟ้า...) เป็นของตัวเอง ยกเว้น น้องๆจะเข้ามาแบบที่เลือกสาขาวิชามาแล้ว ที่นี่มีการดูและน้องเป็นสายรหัสและเมื่อเข้าภาคไปแล้วก็จะมีพี่ฉลากคอยดูแลอีก พี่ๆ ที่นี้ดูแลน้องดีมาก จะมีการเลี้ยงแล้วเลี้ยงอีก ส่วนในเรื่องการเรียนพี่กรุ๊ฟก็จะคอยให้คำปรึกษาอยู่เสมอ
การเรียนที่นี้จะมีการแบ่ง นศ.ออกเป็นกรุ๊ป ตามคะแนนวิชาภาษาอังกฤษ จะมีกี่กรุ๊ปก็แล้วแต่จำนวน นศ. นศ.ปี 1 จะมีการเรียนถึงช่วงค่ำ เนื่องจากจะมีการติวโดยอาจารย์ เมื่อขึ้นปี 2 ก็มักจะมีเรียนเฉพาะช่วงเช้า และมีการลงวิชาปฏิบัติการกันในช่วงบ่ายถึงค่ำ ถ้าวันไหนไม่มีวิชาปฏิบัติการก็จะว่างยาวไปเลย การเรียนวิดวะที่ ม.อ.ถือว่าเป็นการเรียนที่หนักพอควรอยู่ สังเกตได้จากเด็กคณะวิดวะเริ่มอ่านหนังสือก้นตั้งแต่เปิดเทอม แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะสอบมิดเทอมทีไรเป็นอันต้องดรอปบางวิชาไว้อยู่ดี

น่ารู้ในวิดวะ

*** นักเรียน ***
1. เราเรียกตัวเองว่า intania
2. การเรียนมีการจัดสรรนักเรียนเป็น Group เรียงตามคะแนนวิชาอังกฤษ O-net
3. เว้นบาง Group อาจเป็นกลุ่มพิเศษเช่นวิศวะคอมโครงการพิเศษ จะอยู่กลุ่มเดียวกันหมด
4. การเรียนปี 1 เรียนเหมือนกันทุกสาขา

*** ประชุมเชียร์ ***
5. เราประชุมเชียร์ทุกๆ ต้นเทอม
6. ปี 1 มักกลัวว๊าก
7. ปี 2 ก็ยังกลัว
8. เวลาประชุมเชียร์ต้องยกแขนชิดหู
9. ห้ามกินขนมก่อนได้รับอนุญาติ
10. ว๊ากจะมีห่วงแขน ว่ากันว่าใส่แล้วของขึ้น
11. ว๊ากที่ห่วงแขนเป็นรูปดาว ใหญ่สุด
12. ว๊ากหน้าตาไม่ค่อยหล่อ
13. คำพูดยอดฮิตของว๊ากคือ ** ยกมือยังไงอ่ะคุณ(เสียงดุๆ) **
14. ตอนประชุมเชียร์มักสอนร้องเพลง เมื่อประชุมเสร็จก็ลืม
15. ประชุมเชียร์ทำให้รู้จัก(หน้า)คนอื่นมากขึ้น (ไม่ค่อยจำชื่อหรอก)
16. นั่งประชุมเชียร์ต้องจำชื่อคนข้างๆ ได้ให้หมด
17. เลิกประชุมเชียร์ในแต่ละวัน เด็ก(หอใน)ทุกคนต้องเดินไปส่งเพื่อนถึงหอพัก
18. ช่วงกลับหอสนุกที่สุด ฮ่าๆ

*** กีฬาเฟรชชี่ ***
19. วิศวะมักโคกับคณะที่สาวๆ หน้าตาดี
20. ปี 49 โคกับ แพทยศาสตร์และแพทย์แผนไทย
21. มีแสตนเชียร์ ลีด พาเรด
22. วิศวะส่งคนขึ้นแสตนน้อยมากถ้าเทียบกับคณะอื่น
23. แสตนไม่ค่อยลงทุน
24. เป็นคณะที่มีวงโยฯ ของตัวเองนำหน้าขบวนพาเรด
25. ลีดส่วนใหญ่เป็น ดาว-เดือน ของแต่ละคณะ
26. แสตนเชียร์จะสนุกสุดๆ ในวันแรกที่สนามล้าง ในพิธีเปิด(จิงๆ น่ะ)
27. กลุ่มเครื่องกระทบ(กลอง) ของวิดวะตีได้มันส์สุด
28. ส่วนใหญ่ไม่ชนะเรื่องอื่นยกเว้นกีฬา

*** กีฬา 13 คณะ ***
29. มีแสตน ลีด พาเรด (เหมือน เฟรชชี่)
30. ส่วนใหญ่จะชนะ ได้ถ้วยประเภทกีฬารวม
31. ถ้วยอื่นหล่ะ คิดเอาเอง
32. ลีดคือดาว-เดือนของแต่กลุ่ม
33. หนุ่มๆ นักกีฬามักจีบผู้จัดการทีม (คนยกน้ำสาวสวย)

*** ทั่วๆ ไป ***
34. ภาคเคมีเป็นภาคที่เด็กเก่งสุด
35. ภาคคอมเป็นภาคที่เด็กจบน้อยที่สุด
36. ที่เรียนของเรา เราเรียกว่าตึกสตางค์ มงคลสุข ไม่ใช่อาคารสตางค์ฯ
37. ภาคคอมมีอาคารเป็นของตัวเอง
38. ภาคเคมีก็มีอาคารเป็นของตัวเองด้วยเหมือนกัน
39. ชอบเรียกคือภาควิชาสั้นๆ เช่น เคม โย เหมือง แมก ฯลฯ
40. มีโรงอาหารใต้ตึก A
41. วิชาเขียนแบบทางวิศวกรรมเป็นวิชาภาคโย แต่เรียนตึกคอม
42. วันดรอปวันสุดท้ายมักหา อ.ที่ปรึกษาไม่เจอ
43. วิศวะเป็นคณะที่เด็กดรอปเยอะที่สุด
44. ฟิสิกส์ครองแชมพ์
45. Lab phy1 ใครได้ต่ำกว่า B ถือว่าโง่
46. ใบดรอป 1 ใบ มี3 แผ่น 3 สี
47. ก่อนดรอปต้องไปให้ อ.ประจำวิชา และ อ.ที่ปรึกษา เซ็นต์ แล้วไปยื่นที่ชอง 5
48. ตึกของภาคคอมฯ คือตึก robot (ส่วนตัวสุดๆ)
49. EE, ME,CE,IE,EnE,MtE,MfE เรียนที่อาคารสตางค์เป็นอาคารที่ขึ้นไปแล้วเป็นลานกว้าง แบ่งเป็นแต่ละภาควิชา ชั้นล่างของแต่ละภาคเป็นshop และ lab
50. บนอาคารสตางค์ มีตึก 4 ชั้น เรียนกว่าตึก A ใช้สำหรับเรียน lecture ของวิชาคณะ
51. โรงอาหารของคณะอยู่ใต้ตึก A
52. เชื่อหรือไม่ว่า”ตึกสตางค์” ของเราแต่ก่อน รถขึ้นไปวิ่งบนรอบคณะได้
53. ภาค Chem อยู่ข้างสโมฯวิดวะ
54. ตึก MnE, MaE อยู่ข้างโรงหล่อ
55. วิดวะเป็นคณะที่มีพื้นที่เป็นส่วนตัวมาก เพราะมีถนนแยกเข้ามาในคณะอีกที
56. ภาควิชาที่มี “ว๊ากเกอร์” เยอะสุด คือภาคเครื่อง
57. ภาควิชาที่มีผู้หญิงเยอะ คือ คอม IE เคมี สิ่งแวดล้อม
58. ด็กวิดวะเกือบทุกคน ต้อง drop Physic1 อาจารย์สอนไม่รู้เรื่องว่ะ เอาไรมาสอบก้อไม่รู้
59. math โคตรโหด เรียนก้อไม่รู้เรื่อง สอบก้อยาก
60. เข้าประชุมเชียร์ไม่ครบ ไม่ได้เกียร์นะ ถ้าอยากได้ ก็ไปงมเอาในอ่างอ่ะ มีของทุกรุ่น แต่ระวังโดนยามจับได้นะ
61. ผู้หญิงของแท้ ต้องเคยปีนเข้าหอหลังตีสอง
62. เชื่อหรือไม่ว่าเคยมีคนตกมาทำให้หลังคาตรงทางเดินหน้าหอ6 แตก ผู้หญิงด้วยนะ ขอบอก
63. เป็นน้องใหม่ เตรียมตัวกินฟรีได้เรย และพยายามกินให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นปีเดียวที่ไม่ต้องเสียตังค์ หึหึ
64. วิดวะของแท้ ต้องเคยมีเรื่องกับ “ทรัพย์” ไม่รู้ทำไมสิ
65. รู้ไหมว่า มอ. เรามีอุโมงลับใต้ดิน เชื่อมจากคณะวิศวะและเชื่อมไปยังทุกๆ จุดในมหาวิทยาลัย รับน้องวิศวะเก่าๆ รู้ดี
66. รับน้องวิศวะ Neer’31 เราได้สูญเสียเพื่อนชาว Eng ไปหนึ่งคนเนื่องจากโรคประจำตัวระหว่างพิธีรับน้อง
67. ในอ่างน้ำ ม.อ. จะมีสมบัติคณะวิศวะอยู่อย่างหนึ่งอยู่ใต้ผืนน้ำคือเกียร์รุ่น ทำพิธีทิ้งเกียร์ลงน้ำทุกรุ่นสำหรับเกียร์ที่เตรียมมอบให้น้องเชียร์แต่เข้าไม่ครบเลยอดได้ ต้องเอามาทิ้งน้ำ
68. ผู้ที่ถือว่ามืเสื้อแจ็คเก็ตรุ่นของคณะวิศวะมากที่สุดคือยามหนวด (ตอนนี้อายุเท่าไหร่หว่า)
69. ตึกโรบอทคณะวิศวะคอม มีฐานทัพใต้ดินเพื่อใช้สำหรับหลบภัยและภารกิจกู้โลกลับสุดยอด
70. หัวหุ่นของตึกโรบอทคือห้องประชุมหัวหุ่น ไม่ใช้ฐานบังคับหุ่นยนต์
71. แมวสโมวิศวะขี้หลี ขี้หม้อสาว
72. อาหารในโรงอาหารวิศวะไม่อร่อย


========== ถ้าใครมีเรื่องเล่าดีๆ สนุกๆ เกี่ยวกับคณะของเรา ก็ส่งมาแบ่งปันกันได้นะครับ =========

 
สมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ | มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
© Copyright 2012 www.psuengineer.org All rights reserved
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books