Magazine online (72.4 mb)
Visitors Counter
Total Visits1475920
Total Unique 433702
Visitors Month 17693
Visitors Week 5326
Visitors Today 468
More statistics
<< ย้อนกลับ
กฤษณะ ปรีดานนท์ ผู้สร้างพระตำหนัก (Neer4 โยธา)
“...พอผมจบวิศวะฯ ผมก็มาทำงานสานต่อจากงานที่คุณพ่อทำไว้ ซึ่งตรงกับการทำงานของในวังเอง ก็จะใช้ผมในการออกแบบโครงสร้างและก็ก่อสร้างด้วย เนื่องจากสะดวกในเรื่องของการทำงาน...”

การเกิดขึ้นของที่อยู่อาศัยไม่ได้มีตัวละครเพียงแค่ผู้ประกอบการที่มีเงินทุนมหาศาลเท่านั้น แต่ยังมีอีกหนึ่งฟันเฟืองที่เป็นกำลังขับเคลื่อนและสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยเหล่านั้นให้เกิดขึ้น นั่นคือ “ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการ”

           แน่นอนว่าทุกโครงการต้องมีผู้รับเหมามารับงานนั้นๆ แต่จะมีซักกี่โครงการที่จะสามารถเป็นได้ทั้งผู้ประกอบการและผู้รับเหมาในคนๆเดียว และที่สำคัญกว่านั้นคือ “คุณภาพ” ที่ผู้อยู่อาศัยจะสามารถวางใจฝากชีวิตไว้กับโครงการนั้นๆได้อย่างเบาใจ 

           ทีมงาน www.thaicontractor.com ได้ไปทำความรู้จักกับผู้บริหารที่มากประสบการณ์ของ “หจก. ปรีดาก่อสร้าง” ผู้พัฒนาแบรนด์ “บ้านราชประสงค์” และ “กรีเน่” คอนโดมิเนียมน้องใหม่มาแรงแต่คุณภาพคับแก้วแซงหน้ารุ่นพี่หลายๆราย

           นายกฤษณะ ปรีดานนท์ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปรีดาก่อสร้าง และประธานที่ปรึกษาบริษัทในเครือปรีดา ได้ย้อนความเล่าถึงที่มาที่ไปของ “ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปรีดาก่อสร้าง” ว่า

           "เดิมนั้นคุณพ่อของผมซึ่งเป็นคนจีนได้ก่อตั้งบริษัทโดยใช้ชื่อ “ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติ ผลอึ้งวอนฮ้วน” ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างบ้าน อาคาร และหลังผลจากจบวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในปี 2516 ผมจึงเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ว่า “หจก. ปรีดาก่อสร้าง” เนื่องจากตอนนั้นคนไทยยังไม่ให้การต้อนรับบริษัทของคนต่างชาติมากเท่าที่ควร เพราะว่าสมัยนั้นประเทศจีนยังเป็นคอมมิวนิตส์และบ้านเรา (ประเทศไทย) กำลังมีปัญหาเรื่องการเมืองการปกครอง จึงตัดสินใจว่าเปลี่ยนชื่อบริษัทน่าจะทำให้เราทำงานได้ง่ายกว่า หลังจากนั้นเรารับงานก่อสร้างเกือบทุกประเภท ทั้งบ้าน อาคารพาณิชย์ งานสถาปัตยกรรม สถานที่ราชการ จนกระทั่งมาถึงปี พ.ศ. 2533 จึงมาจดทะเบียนเพิ่มอีก 2 บริษัท คือ บริษัท ปรีดาโฮลดิ้ง และบริษัท ปรีดาเรลเอสเตท” 

           แต่เดิมนั้นห้างหุ้นส่วนจำกัด ปรีดาก่อสร้างตั้งที่อยู่แถวถนนจักรพรรดิพงษ์หรือแยกหลานหลวง และย้ายมาเปิดเฮดออฟฟิศที่เขตดุสิตเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่ผ่านมา แม้จะทำงานด้านรับเหมาก่อสร้างแต่คุณกฤษณะไม่ได้คิดหยุดอยู่แค่นั้น 

           "ในระหว่างที่ผมทำงานก่อสร้างอยู่นั้นก็มีความสนใจเรื่องอสังหาฯมาโดยตลอด เพียงแต่ว่ายังไม่มีโอกาสได้ลงมือทำ จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2533 เห็นว่าเรามีความพร้อมและสั่งสมประสบการณ์มาอย่างเต็มที่จึงตัดสินใจจัดตั้งปรีดาโฮลดิ้ง และบริษัท ปรีดา เรียลเอสเตท โดยตั้งใจว่าจะทำเกี่ยวกับเรื่องอสังหาฯโดยตรง โดยมีทายาททั้ง 3 คนคอยดูแลบริหารงานอย่างใกล้ชิด โดยลูกๆแต่ละคน จะดูแลรับผิดชอบในแต่ละด้านทั้งทางภาพรวมองค์กร การบริหารงานในองค์กร งานก่อสร้าง ออกแบบการขาย และการตลาด”

  

          โดยบริษัท ปรีดาโฮลดิ้ง ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของปรีดาก่อสร้าง หลักๆคือรับเหมาก่อสร้างและรับเป็นบริษัทที่ปรึกษาบริหารจัดการงานก่อสร้างรวมถึงเรื่องการออกแบบงานอาคารด้วย ส่วนบริษัท ปรีดาเรลเอสเตท เรลเอสเตท นั้นตั้งใจก่อตั้งขึ้นเพื่อบริหารงานโครงการอสังหาฯของตัวเองโดยตรง

           “แรกนั้นเราได้ลองโยนหินถามทางเรื่องการทำโครงการที่อยู่อาศัยมาบ้างแล้ว อย่างโครงการทาวน์เฮ้าส์ในซอยร่วมพัฒนา 65 ประมาณ 50 ยูนิต ถือได้ว่าช่วงนั้นยังไม่จริงจัง เนื่องจากมีงานก่อสร้างเข้ามาผสมอยู่ด้วย และในสมัยนั้นโครงการที่อยู่อาศัยยังไม่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากนัก ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังติดอยู่กับการปลูกบ้านเป็นของตนเองมากกว่า เราจึงมีแนวคิดว่าจะเริ่มพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในช่วงที่เศรษฐกิจดีจึงจะเหมาะสมที่สุด”

           บริษัท ปรีดาก่อสร้าง รับงานก่อสร้างที่เกี่ยวกับอาคาร สำนักงาน และงานสถาปัตยกรรมมาโดยตลอด อาทิ งานออกแบบโครงสร้างและดำเนินการก่อสร้างเริ่มจากที่ภูพานราชนิเวศน์ , พระตำหนักของทูลหม่อมเล็กที่วังจิตรดา , พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ , เรือนรับรองปีกไม้ที่จังหวัดสกลนคร , อาคารสำนักงานอาคาร 14 ชั้น ถนนรามคำแหง , อาคารโมเดอร์น ฟอร์ม ทาวเวอร์ สูง 28 ชั้น ชั้นใต้ดิน 4 ชั้น ที่ถนนศรีนครินทร์ , คอนโดฯ โพโลพาร์คคอนโดมิเนียม ที่ถนนวิทยุ , สน.พลับพลาไชย , สน.สำเหร่ ซึ่งเป็นอาคารสูง 13 ชั้น

           “ซึ่งเหตุผลที่ได้รับไว้วางใจให้รับผิดชอบงานของสำนักราชวัง เนื่องจากเดิมทีคุณพ่อก็รับงานอยู่ในวังอยู่แล้ว พอผมจบวิศวะฯ ผมก็มาทำงานสานต่อจากงานที่คุณพ่อทำไว้ ซึ่งตรงกับการทำงานของในวังเอง ก็จะใช้ผมในการออกแบบโครงสร้างและก็ก่อสร้างด้วย เนื่องจากสะดวกในเรื่องของการทำงาน เพราะงานในวังจะเป็นงานลักษณะเร่งด่วนซะเป็นส่วนใหญ่ต้องใช้คนที่มีความไว้วางใจ สั่งแล้วสามารถทำได้ทันที”

           นอกจากนี้ยังมีงานสถาปัตยกรรมไทย คือ พระพุทธบาทจำลองบนยอดเขา ที่วัดญาณสังวร , งานมหาธาตุเจดีย์ และ พระมหาธาตุพุทธธรรมะปะกะ ที่ อ.เบตง จ.ยะลา , พระมหาธาตุเจดีย์ ปั้นกูด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ต้องใช้ความชำนาญและเชี่ยวชาญด้านก่อสร้างและสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะ

           ปัจจุบันคุณกฤษณะดูแลเรื่องนโยบายของบริษัทเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึงนโยบายการทำงานของ บริษัท ปรีดา เรียลเอสเตท และบริษัท ปรีดาโฮลดิ้ง

           “โดยหลักผมมอบให้ลูกทั้ง 3 คน  นายปาล์ม ปรีดานนท์ , นายปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ และ นางสาวปิยะฉัตร ปรีดานนท์ อย่าง “ปิยฉัตร” จะดูแล บริษัท ปรีดา เรียลเอสเตท “ปิติพัฒน์” ดูแล บริษัท ปรีดาโฮลดิ้ง และในขณะเดียวกันผมเองก็มีโรงงานอิฐมอญ “กฤษณะการ” ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 นั้นได้มอบหมายจะให้ลูกชายคนโตดูแลอยู่”

           คุณกฤษณะได้แจงถึงเหตุผลในการต่อยอดธุรกิจมาเป็นนักพัฒนาอสังหาฯ อย่างเต็มตัวนั้นเป็นเพราะว่า ได้ใช้จุดแข็งเดิมที่มีอยู่ นั่นคือการเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างที่เปี่ยมประสบการณ์นั่นเอง

           “จากประสบการณ์ที่เราทำงานก่อสร้างมา 30 กว่าปี แล้วหันมาทำทางด้านพัฒนาอสังหาโดยเฉพาะ เนื่องจากคิดว่าอยากเอาประสบการณ์ที่เราได้รับมาในอดีตมาทำให้เกิดประโยชน์กับงานอสังหาฯ เพราะการทำอสังหาฯ นอกจากจะมีเงินทุนต้องมีความชำนาญเรื่องของการดำเนินการก่อสร้าง และเรารู้วิธีการทำงานเป็นอย่างดีว่าอะไรที่มีข้อเสียและก็อะไรที่สามารถทำได้รวดเร็ว และก็พยายามลบจุดอ่อนพวกนี้อย่างดีที่สุด งานรับเหมาในอดีตไม่มีความเสี่ยงเหมือนปัจจุบัน การรับเหมางานในปัจจุบันมีปัญหาค่อนข้างเยอะ ส่วนของบริษัทฯ เองได้รับผลกระทบจากภาวะนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แนวทางในการแก้ไขของบริษัทฯ เป็นลักษณะการปรับกลยุทธ์เรื่องผลตอบแทนที่เป็นการตกลงกับผู้รับเหมา หรือ การแก้ไขด้วยการนำระบบการก่อสร้างต่าง ๆ ที่ทำให้มีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ใช้แรงงานน้อยลง เช่น การใช้ระบบ Precast ผนังภายนอกอาคาร เข้ามาใช้ ทำให้งานก่อสร้างเสร็จเร็วขึ้น ไม่ต้องใช้แรงงานมากนัก”

           การรับงานนั้น ด้วยตัวเองก็ถือว่ามีปัญหาอยู่ไม่น้อย ซึ่งคุณกฤษณะก็เผชิญมาไม่น้อย

           "การรับงานไม่ว่าจะราชการหรือเอกชนล้วนมีปัญหาด้วยกันทั้งสิ้น แต่ปัจจุบันปัญหาแรงงานเพิ่มเข้ามาเป็นอีกหนึ่งปัจจัย กับงานราชการที่มีปัญหาบ่อยๆ คืองานราชการมีข้อจำกัดในเรื่องของการได้งาน มีการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่แน่นอนงานของราชการมีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายค่อนข้างน้อย ซึ่งต่างจากงานเอกชนมีโอกาสที่มีปัญหาในการเบิกจ่ายเงิน

          คือในช่วงก่อนที่เราจะรับงานเราจะได้รับการเทคแคร์ดูแลจากเจ้าของโครงการรวมทั้งพวกคอนซัลท์ค่อนข้างดี แต่หลังจากที่เราลงทุนไปแล้ว ทำงานไปแล้ว งานเกือบเสร็จ ในช่วงนี้แหละเราจะค่อนข้างมีปัญหา เพราะว่ามันจะมีปัญหาในเรื่องแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ รวมไปถึงปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายเงิน

          การทำงานก่อสร้างนั้นมันจะมีองค์ประกอบด้วยกัน 4 ส่วน ส่วนแรกคือเจ้าของโครงการ ส่วนที่ 2 คือคนเขียนแบบ ส่วนที่ 3 คือผู้คุมงาน ส่วนที่ 4 ก็คือผู้รับเหมา ในขั้นตอนทั้ง 4 ส่วนนั้น คนที่ได้รับผลประโยชน์หรือโทษนั้นก็จะมีอยู่ 2 ส่วน คือ เจ้าของโครงการกับผู้รับเหมานั่นเอง ส่วนคนออกแบบกับผู้คุมงานเป็นองค์ประกอบ ถ้าเราได้ผู้ร่วมงานที่ดี เช่น ผู้ออกแบบดีผู้คุมงานดี งานก็จะออกมาดีปัญหาน้อย”

           และเราก็ไม่พลาดที่จะถามประเด็นร้อนในช่วงนี้ที่ออกจากปากผู้ประกอบการ เกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนผู้รับเหมาและแรงงานกับคุณกฤษณะ ในฐานะผู้รับเหมาที่มากด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี 

           ผมไม่คิดจะผันตัวเองกลับไปเป็นผู้รับเหมา เพราะจากประสบการณ์ที่ผมทำงานมา 30 กว่าปีนั้น มีหลายช่วงที่ประเทศไทยเกิดปัญหาขาดแคลนผู้รับเหมา ผู้รับเหมาเสนอราคาสูงเท่าไหร่ ผู้ประกอบการหรือเจ้าของโครงการก็พร้อมจะให้ แต่พองานจบคุณไม่ได้เงินหรอก มันเป็นวงจรของธุรกิจนี้ วนมาหลายรอบ เรารู้แล้วว่ามันจะเกิดปัญหาอย่างไร ช่วงขาดแคลนมันเป็นจังหวะขาขึ้นก็จริง แต่ระยะเวลาผ่านไปไม่นานสถานการณ์ทุกอย่างจะกลับสู่ปกติ วงจรนี้จะอยู่ 6-10 ปี ต่อ 1 รอบ” 

           ส่วนการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของบริษัทที่ผ่านมานั้นได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2552 และจะค่อยๆ สร้างบริษัทให้เติบโตอย่างมั่นคง

           เมื่อ พ.ศ. 2552 เราได้เริ่มพัฒนาโครงการอสังหาฯโดยเริ่มจาก โครงการบ้านสามเสน อาคาร 8 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 2 ชั้น มูลค่าโครงการรวม 300 ล้านบาท ปัจจุบันปิดการขายแล้ว , ปี พ.ศ. 2553 พัฒนาโครงการ กรีนเน่ สุทธิสาร จำนวน 128 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 250 ล้านบาท ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จอยู่ระหว่างโอนให้กับลูกค้า ทิศทางการดำเนินการในตอนนี้ และในปีนี้เราเริ่มพัฒนาโครงการ กรีเน่ แจ้งวัฒนะ จำนวน 371 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 900 ล้านบาท มันค่อยๆโตขึ้นเรื่อยๆ

           เราแน่ใจแล้วที่จะหันมาทางอสังหาฯ ผมจะทำทีละโครงการ ทำตามศักยภาพที่ทำได้ แต่เน้นโครงการที่มีคุณภาพทั้งเรื่องโครงสร้างและดีไซน์ ในมุมมองของนักธุรกิจส่วนใหญ่อาจมองว่าเราทิ้งโอกาส แต่เราอยากก้าวเดินด้วยความมั่นคง การที่เราทำโครงการเยอะๆหรือใช้เงินของธนาคารมันทำได้อยู่แล้ว แต่มันเสี่ยงมากเกินไป เราอยากเดินด้วยความมั่นคง เป็นบริษัทที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย ทุกโครงการที่เราทำจะต้องแล้วเสร็จแน่นอน แม้กระทั่งโครงการที่แจ้งวัฒนะก็ต้องแล้วเสร็จแน่นอน เราจึงจะมั่นใจว่าเรามีศักยภาพพอที่จะสร้างโครงการอื่นต่อไป”

           แม้ว่าคุณกฤษณะจะทุ่มเทให้กับงานของบริษัทอย่างหนักหน่วงแต่เขาไม่เคยละเลยความรับผิดชอบต่อสังคม โดยปัจจุบันเป็นกรรมการมูลนิธิพุทธธรรมประกาศ , อดีตเคยรับตำแหน่งประธานกรรมการ แผนกแบดมินตัน ราชกรีฑาสโมสร โปโลคลับ , อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จนได้รับได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎไทย ชั้นที่ 4 ชื่อ จตุรถาภรณ์ ทั้งยังได้รับเกียรติเป็นศิษย์เก่าดีเด่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปี 2550 และอดีตนายกสโมสร โรตารีสีลม ปี  2550-2551

           มาถึงบรรทัดนี้ สามารถมั่นใจได้เลยว่าทุกโครงการที่ออกมาจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ปรีดาก่อสร้าง และบริษัทในเครือของผู้ชายคนนี้ จะเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพอย่างแน่นอน!!!

(ขอบคุณบทสัมภาษณ์จาก ThaiContractor.com)


ข้อมูลล่าสุดเมื่อ : 29 สิงหาคม 2555, 17:11:46 น.


สมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ | มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
© Copyright 2012 www.psuengineer.org All rights reserved